คำตอบคือผลลัพธ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกาย อายุ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่ในผู้ที่รับประทานต่อเนื่องควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำลายข้อกระดูก มักจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 1-3 เดือน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเบาสบายเวลาเดินหรือวิ่ง การลุกนั่งที่คล่องตัวขึ้น หรือแม้แต่สุขภาพผิวที่สดใสขึ้นด้วย เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้ว คอลลาเจนบำรุงกระดูกมีบทบาทสำคัญในหลากหลายระบบภายในร่างกาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องกระดูกเท่านั้น และสิ่งที่น่ายินดีคือ ไม่ว่าคุณจะเริ่มช้าหรือเร็ว การใส่ใจและลงมือดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้ก็ยังไม่สายจนเกินไป เพราะร่างกายสามารถฟื้นฟูได้เสมอหากได้รับสารอาหารที่ดีและมีคุณภาพ
คอลลาเจนบำรุงกระดูกจึงเป็นเหมือนการให้อาหารแก่กระดูก
ให้พลังแก่ข้อและเอ็น เพื่อให้คุณมีแรงทำสิ่งที่รักต่อไปได้อย่างไม่ติดขัดในแต่ละวัน อย่ารอให้ร่างกายส่งเสียงร้องในรูปแบบของความเจ็บปวดหรือข้อเสื่อมแล้วค่อยเริ่มดูแล เพราะการป้องกันคือทางเลือกที่ดีกว่าการรักษาเสมอ หากวันนี้คุณยังเดินได้ นั่งได้ ลุกได้โดยไม่เจ็บ นั่นคือโอกาสที่ดีที่สุดในการดูแลร่างกายให้แข็งแรงต่อไปในระยะยาว และการเลือกคอลลาเจนบำรุงกระดูกที่เหมาะสมกับคุณ คือจุดเริ่มต้นของการมีชีวิตที่มั่นคง แข็งแรง และมีความสุขอย่างแท้จริงในทุกช่วงของชีวิต นอกจากนี้สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ คอลลาเจนบำรุงกระดูกไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้นเท่านั้น
แต่คอลลาเจนบำรุงกระดูกมีบทบาทในการดูแลเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ ภายในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูกอ่อนที่อยู่บริเวณข้อต่อ เส้นเอ็นที่ยึดเกาะกล้ามเนื้อกับกระดูก รวมถึงหมอนรองกระดูกที่มีหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกระหว่างการเคลื่อนไหว คอลลาเจนเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ข้อต่อมีความยืดหยุ่น ลื่นไหล ไม่ฝืดหรือเสียดสีกันระหว่างการเคลื่อนไหว ซึ่งหากร่างกายของเราเกิดภาวะคอลลาเจนเสื่อมหรือขาดคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง
จะส่งผลให้เนื้อเยื่อเหล่านี้เกิดการเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้นกว่าปกติ
นำไปสู่อาการเจ็บปวดข้อเรื้อรัง เดินแล้วมีเสียงลั่นในข้อ หรือเคลื่อนไหวแล้วมีอาการฝืดตึง ไม่สามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนต้องเผชิญในวัยกลางคนหรือวัยผู้สูงอายุ ดังนั้น การเติมคอลลาเจนบำรุงกระดูกเข้าสู่ร่างกายจึงเป็นการชะลอความเสื่อม และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของข้อต่อให้อยู่ในสภาพดีได้นานที่สุด การเลือกคอลลาเจนบำรุงกระดูกที่มีคุณภาพยังสามารถช่วยเสริมการทำงานของแคลเซียมได้อีกด้วย เพราะในความเป็นจริงแล้ว การดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่กระดูกนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์หากร่างกายขาดคอลลาเจน
เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกไม่ได้ประกอบด้วยแคลเซียมเพียงอย่างเดียว แต่มีคอลลาเจนเป็นเส้นใยโปรตีนที่คอยยึดเกาะและพยุงแร่ธาตุต่างๆ ให้เกาะตัวกันเป็นเนื้อกระดูกอย่างเหนียวแน่น หากไม่มีคอลลาเจนเพียงพอ แคลเซียมที่ได้รับจากอาหารหรืออาหารเสริมก็อาจไม่สามารถยึดติดอยู่กับกระดูกได้เต็มที่ คอลลาเจนบำรุงกระดูกและแคลเซียมควบคู่กันจึงถือเป็นแนวทางที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงในระยะยาว โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีแนวโน้มเกิดภาวะกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชายเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การดูแลด้วยคอลลาเจนบำรุงกระดูกจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพในยุคปัจจุบัน
